วันอังคาร, 2 มีนาคม 2564

จิ้งจอกสยามไล่ตามความฝันได้แค่ไหน

07 ก.พ. 2021
39

เลสเตอร์ ซิตี้ยังคงทำผลงานในศึกพรีเมียร์ลีกได้เยี่ยมยอดอย่างต่อเนื่องนับจากฤดูกาลที่ผ่านมาที่พวกเขาต้องพลาดโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไปอย่างแสบสันด้วยน้ำมือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในส่งท้ายซีซั่นที่แล้ว  โดยในฤดูกาล 2020 – 2021 ลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์สกลับมาฟอร์มเข้าฝักอีกครั้งหลังจาก ณ บัดเดี๋ยวนี้จิ้งจอกสยามสามารถผงาดรั้งรองจ่าฝูงลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีมีแต้มห่างจ่าฝูงอย่างแชมป์เก่าลิเวอร์พูลเพียงแค่ 4 แต้มจากการลงสนามไปเท่ากัน 14 เกม

หากลองเปรียบเทียบเลสเตอร์ ซิตี้ชุดนี้กับชุดที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรพร้อมทั้งช็อกคอบอลทั่วโลกด้วยการฟาดแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้อย่างหักปากกาเซียนพังไปเป็นโหล  เลสเตอร์ชุดนี้มีความคล้ายคลึงกับชุดที่คว้าแชมป์ไม่น้อยเลยทีเดียว  โดยที่พวกเขาไม่ได้ฝากความหวังเอาไว้ที่นักเตะคนใดคนหนึ่ง  ซึ่งต่างคนต่างทุ่มเทและทำหน้าที่ในตำแหน่งที่ตนเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด  รวมทั้งยังมีสไตล์การเล่นแบบผึ้งงานและมีทีเด็ดที่เกมโต้กลับอันคมกริบ

นอกจากนี้ที่สำคัญนั่นก็คือการที่เลสเตอร์ ซิตี้ยังคงมีศูนย์หน้าที่มีนามว่าเจมี่ วาร์ดี้อยู่กับทีมนั่นเอง  แม้ว่าอายุอานามของวาร์ดี้จะเพิ่มมากขึ้นแต่ก็ดูเหมือนไม่ได้เป็นอุปสรรคกับฟอร์มการเล่นของเขาแต่อย่างใดเลย  โดยกลับกลายเป็นการสั่งสมประสบการณ์มากยิ่งขึ้นจนผลิดสกอร์ให้กับจิ้งจอกสยามอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งประตูสำคัญ ๆ ชี้เป็นชี้ตายในบางเกมก็มาจากวาร์ดี้นั่นเอง

อย่างไรก็ดีจากสภาพทีมของเลสเตอร์ ซิตี้ที่ยังคงเป็นทีมขนาดเล็กหากให้ยืนระยะลุ้นแชมป์กันไปยาว ๆ เชื่อเหลือเกินว่าคงยืนระยะไม่ไหว  เนื่องจากหากมีตัวหลักตัวใดตัวหนึ่งเจ็บขึ้นมาบรรดาอะไหล่ก็ไม่สามารถทดแทนคุณภาพได้อย่างเต็มเปี่ยม  ซึ่งผิดกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ที่มักมีขุมกำลังสำรองที่ก๊อปเกรดเอฝีเท้าแทบไม่ต่างจากตัวจริงสักเท่าไหร่นักนั่นเอง

ดังนั้นเลสเตอร์ ซิตี้จ่าจะฝันได้ไกลที่สุดก็คงเป็นโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในซีซั่นหน้าหรือว่าอย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีตั๋วยูโรป้าลีกติดไม่ติดมือ  เนื่องจากยังคงเชื่อมั่นในฝีไม้ลายมือของร็อดเจอร์ส  ซึ่งเคยเกือบนำลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกได้สำเร็จ  หากไม่เกิดช็อตที่ไม่น่าจดจำจากการลื่นล้มจนเป็นที่สั่นสะท้านไปทั่ววงการของสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด  ซึ่งหากไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนั้นแล้วล่ะก็ป่านนี้คนที่จะพาหงส์แดงชูถ้วยลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีได้เป็นหนแรกในรอบ 30 ปีอาจจะไม่ใช่เจอร์เก้น คล็อปป์ก็ได้